มุมสุขภาพ
สุขภาพ โภชนาการ และการบริหารร่างกาย

Custom Search
อาหารงานเลี้ยงปีใหม่กับสุขภาพ
 
 

ดร.วันทนีย์ เกรียงสินยศ และธิษณา จรรยาชัยเลิศ
สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล

     หลายคนมีโรคประจำตัวเช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไตเรื้อรัง เมื่อถึงช่วงเทศกาลต่างๆ ก็คงอยากร่วมงานฉลองด้วยเช่นกัน ซึ่งก็คงเป็นเรื่องธรรมดาที่เราทุกคนรวมทั้งผู้ป่วยควรมีความสุข และได้ร่วมกิจกรรมพบปะสังสรรค์ แต่อยากเตือนว่าการระมัดระวังเรื่องอาหารยังเป็นสิ่งที่จำเป็นอยู่ โดยเฉพาะท่านที่มีอาการเจ็บป่วยค่อนข้างรุนแรง จำเป็นต้องระวังเรื่องอาหารการกินค่อนข้างมากการละเลยในช่วงงานเลี้ยงอาจำทำให้ภาวะของโรครุนแรงได้

โรคเบาหวาน

     คนเป็นโรคเบาหวานต้องระวัง ไม่กินอาหารประเภทข้าว แป้ง และน้ำตาลมากเกินไป เพราะมีผลโดยตรงกับระดับน้ำตาลในเลือด ดังนั้น การฉลองปีใหม่ด้วยเค้กชิ้นโตและไอศกรีม คงไม่เหมาะนัก

     เมนูอาหารในงานเลี้ยงของคนเป็นโรคเบาหวานจึงไม่ควรมีหมวดข้าวแป้งมาก อาจเน้นให้มีผักและเนื้อสัตว์ไขมันต่ำมากกว่าอาหารหมวดอื่นๆ เช่นผักสลัดหลากสีราดน้ำสลัดไขมันต่ำ ปลาลวกและผักจิ้มน้ำพริก อาหารประเภทยำต่างๆ (ควรหลีกเลี่ยงการกินน้ำยำ ถึงแม้จะมีรสเปรี้ยวนำแต่ก็มีส่วนผสมของน้ำตาลค่อนข้างมาก)

     สำหรับเมนูเครื่องดื่มขอย้ำว่า ต้องไม่มีส่วนประกอบของน้ำตาลหรือแอลกอฮอล์เลย ถ้าต้องการเครื่องดื่มที่มีความหวานให้ใช้สารทดแทนความหวานที่เรียกว่าน้ำตาลเทียมแทน หรืออาจใช้น้ำโซดาที่ไม่มีพลังงานแต่มีรสซ่าส์แต่งกลิ่นรสตามที่ต้องการได้ เครื่องดื่มประเภทนี้คนเป็นเบาหวานสามารถดื่มได้มากโดยไม่ต้องกังวลว่าจะทำให้ระดับน้ำตาลเพิ่มขึ้น เพราะไม่ให้พลังงาน เมนูของหวานสำรหรับคนเป็นเบาหวานควรเป็นผลไม้จานเล็กๆ 1 จาน

     ช่วงเวลาพิเศษแบบนี้ คนเป็นเบาหวานขอกินเค้กฉลองปีใหม่สักชิ้นได้ไหม คำตอบคือพอกินได้บ้างค่ะแต่ขอเป็นชิ้นเล็กๆ

     ถ้าคนเป็นเบาหวานตั้งใจว่าวันนี้อยากจะกินเค้กหรือขนมหวานอย่างอื่นที่ชอบควรวางแผนไว้ตั้งแต่ต้น โดย การลดปริมาณของข้าว ก๋วยเตี๋ยว ขนมปังหรืออาหารประเภทข้าวแป้งอย่างอื่นที่เคยกินปกติลง 1-2 ทัพพี เพื่อให้การกินเค้กหรือขนมหวานนั้นไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดขึ้นสูงมาก

     อย่างไรก็ตาม ไม่ควรทำเช่นนี้บ่อย เพราะการงด/ลดข้าวแล้วไปกินขนม มักจะทำให้ไม่รู้สึกอิ่ม จึงกินอาหารอย่างอื่นโดยรวมมากขึ้น ทำให้ได้พลังงานมากเกินและควบคุมภาวะเบาหวานได้ยากขึ้น

     คนเป็นเบาหวานที่ไปงานเลี้ยงสังสรรค์สามารถมีความสุขได้จากบรรยากาศของงานมากว่าอาหารที่จัดในงานเลี้ยง จึงควรให้ความสำคัญกับการได้พูดคุยกับบุคคลในครอบครัวหรือเพื่อนฝูง ตลอดจนการเล่นเกมต่างๆ ที่มีในงานปาร์ตี้

โรคความดันโลหิตสูง

     งานเลี้ยงฉลองปีใหม่ในคนที่เป็นความดันโลหิตสูงควรเน้นให้มี ธัญพืช ถั่วเปลือกแข็ง ผัก และผลไม้ให้มาก เพื่อให้ได้แร่ธาตุโพแทสเซียม แคลเซียม และแมกนีเซียม ซึ่งเป็นสารอาหารที่มีผลต่อการควบคุมระดับความดันโลหิตสูง

     ในทางกลับกัน อาหารที่มีไขมันมาก มีโซเดียมหรือรสเค็มมากไม่เหมาะกับผู้ที่มีความดันโลหิตสูง

     ดังนั้น อาหารในงานเลึ้ยงควรหลีกเลี่ยงอาหารหมักดอก อาหารกระป๋อง อาหารรมควัน ตลอดจนอาหารผ่านการแปรรูปประเภทไส้กรอก แฮม หมูยอ รวมทั้งเบเกอรีต่างๆ เพราะอาหารเหล่านี้มักมีปริมาณโซเดียมสูง

     อาหารกินเล่นประเภทถั่วขอให้เป็นชนิดคั่วและไม่ต้องไส่เกลือจะเหมาะกับคนที่มีความดันโลหิตสูง มากกว่าอาหารประเภทมันฝรั่งทอด หรืออาจจะผสมกับผลไม้แห้ง เช่น ลูกพรุน มะเขือเทศอบแห้งก็ได้

     สำหรับอาหารหลักควรเน้นผักให้มาก เช่น เมนูข้าวธัญพืชปลาย่างสมุนไพร ที่มีการนำธัญพืชต่างๆ เช่น ลูกเดีอย ข้าวโพด เมล็ดฝักทอง เมล็ดดอกทานตะวัน แครอต งาดำ มาหุงรวมกับข้าวเจ้าและข้าวกล้อง กินร่วมกับปลาย่างที่ปรุงแต่งรสด้วยเครื่องเทศและสมุนไพรต่างๆ (เช่น ขิงอ่อน ขมิ้นขาว หอมแดง ใบมะกรูด พริกขึ้หนูซอย) ควรเพิ่มเมนูผักหลากสีด้วย อาจจะเป็นสลักผัก หรือผัดผักรวมมิตรที่ใช้น้ำมันน้อย (เช่น ผักโขม บร็อคโคลี คะน้าฮ่องกง และเห็ดต่างๆ)

     อิ่มอาหารควรแล้วตบท้ายด้วยผลไม้ลอยแก้วที่ชื่นใจ แค่นี้ก็สามารถอร่อย มีความสุขกับปาร์ตี้ปีใหม่โดยที่ความดันโลหิตไม่สูงขึ้นได้

     คนที่มีความดันโลหิตสูงควรระวังไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาก ไม่ว่าจะอยู่ในเทศกาลงานเลี้ยงหรือไม่ก็ตาม คือถ้าผู้หญิงไม่ควรดื่มมากกว่า 1 ดริงก์ต่อวัน หรือผู้ชายไม่ควรดื่มมากว่า 2 ดริงก์ต่อวัน โดยที่ 1 ดริงก์ (drink) มีค่าเทียบเท่ากับแอลกอฮอล์ประมาณ 8 กรัม หรือ 10 มิลลิลิตร

     ดังนั้น 1 ดริงก์จึงเทียบเท่ากับไวน์ประมาณครึ่งแก้ว (125 มิลลิลิตร) หรือเบียร์ 1 กระป๋องเล็ก (325 มิลลิลิตร) หรือเหล้า (ร้อยละ 40) 25-30 มิลิลิตร

     การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่มากกว่านี้จะส่งผลร้ายต่อร่างกายหลายได้ด้านโดยไม่รู้ตัว คือ นอกจากจะทำให้ความดันโลหิตสูงแล้วยังทำให้ไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงขึ้นด้วย

     แอลกอฮอล์ให้พลังงานกับร่างกาย การดื่มมากจะทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ง่าย มีไขมันสะสมในช่องท้องและส่งผลเสียต่อร่ายกายตามมามากมาย

โรคไตเรื้อรัง

     ไตเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญมากต่อร่างกาย มีหน้าที่ขับของเสียต่างๆ เมื่อไตเสื่อมสภาพ ความสามารถในการขับของเสียจึงลดลง ส่งผลให้เกิดของเสียคั่งค้าง กลายเป็นพิษต่อร่างกาย คนที่เป็นโรคไตเรื้อรังจึงต้องรมัดรังเรื่องอาหารการกินที่ทำให้เกิดของเสียต่อร่างกายน้อยที่สุด เพื่อไม่ให้ไตต้องทำงานหนักมากหรือถูกทำลายมากขึ้น

     โรคไตเรื้อรังมีหลายระยะ ในช่วงที่ยังไม่มีการล้างไต คนเป็นโรคไตเรื้อรังต้องกินอาหารประเภทโปรตีนให้น้อยลงจากเดิม คือประมาณ 3 ใน 4 ของคนปกติ เช่น จากปกติกินโปรตีนวันละ 8 - 10 ช้อนกินข้าว เมื่อเป็นโรคไตเรื้อรังควรลดลงเหลือประมาณ 6-7 ช้อนกินข้าว โปรตีนที่ควรกินเป็นโปรตีนคุณภาพดี คือโปรตีนที่ได้จากเนื้อสัตว์ หลีกเลี่ยงโปรตีนที่อยู่ในข้าวแป้ง

     ดังนั้น ผู้ป่วยไตเรื้อรังควรเลือกกินข้าวแป้งที่มีโปรตีนต่ำ เช่น วุ้นเส้นเซี่ยงไฮ้ ซ่าหริ่ม สาคู ลอดช่อง แป้งมัน และแป้งข้าวโพด เมนูอาหารเลี้ยงจึงควรเลือกแป้งเหล่านี้เป็นส่วนประกอบ เช่น ก๋วยเตี๋ยวเชซี่ยงไฮ้ราดหน้าหรือผัดขี้เมา ยำวุ้นเส้น ร่วมกับขนมซ่าหริ่มหรือ ลอดช่องน้ำกะทิ เป็นต้น

     นอกจากนี้ ผู้เป็นโรคไตเรื้อรังยังต้องระวังการกินอาหารที่มีโซเดียม โพเทสเซียม และฟอสฟอรัสสูงด้วย โดยเฉพาะถ้าตรวจเลือดพบว่ามีค่าของสารเหล่านี้ในเลือดสูง แสดงว่าเกิดการคั่งค้างของสารอาหารนั้นภายในร่างกาย ก็ควรลดปริมาณการกินสารเหล่านั้นลง

     อาหารที่มีโพแทสเซียมสูงที่ควรระวัง เช่น ถั่วเมล็ดแห้ง ผัก ผลไม้ที่มีสีเขียวเข้ม สีเหลืองเข้ม

     อาหารที่มีฟอสฟอรัสสูงที่ควรระวัง เช่น เนื้อสัตว์ ไข่แดง นมสด เนยแข็ง เมล็ดพืช ถั่วต่างๆ

     อาหารที่มีโซเดียมสุงที่ควรระวัง เช่น อาหารที่มีรสเค็ม อาหารกระป๋อง อาหารแปรรูปและใช้เครื่องปรุงรสชนิดต่างๆ

     ผู้ที่เป็นโรคไตเรื้อรังและได้รับการรักษาด้วยเครื่องฟอกเลือดหรือการล้างไตผ่านน้ำที่ใส่ทางหน้าท้อง อาจไม่ต้องจำกัดอาหารมากเท่ากับก่อนการล้างไต ทั้งนี้ควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากนักกำหนดอาหารและแพทย์ที่ดูแลท่าน อาหารในงานเลี้ยงจึงอาจมีความหลากหลายได้มากขึ้น

     คนเป็นโรคไตไม่ว่าจะได้รับการล้างไตหรือไม่ควรระวังปริมาณน้ำดื่มต้องไม่มากเกินไปเพราะอาจเกิดอาหารบวมได้ ปริมาณน้ำที่สามารถดื่มได้ขึ้นอยู่กับปริมาณปัสสาวะต่อวันที่ขับออกมา ดังนั้นการจัดงานเลี้ยงที่มีคนเป็นโรคไตเรื้อรังร่วมด้วย ควรเน้นความสนุกสนานที่มาจากกิจกรรมอื่นๆ มากกว่าเรื่องของอาหาร เช่น จัดกิจกรรมการละเล่น ดนตรี ร้องเพลง เล่นตลก มายากล

โรคมะเร็ง

     ผู้ป่วยโรคมะเร็งจะมีการเผาผลาญพลังงานและสารอาหารมากว่าคนปกติทั่วไป ทำให้มีความต้องการพลังงานและสารอาหารต่างๆ ค่อนข้างมาก

     ผลข้างเคียงจากการรักษาไม่ว่าจะเป็นเคมีบำบัดหรือรังสีรักษา มักทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการเบื่ออาหารท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน และบางรายกลืนอาหารลำบาก ส่งผลให้ผู้ป่วยขาดพลังงานและสารอาหารมากขึ้น ทำให้ฟื้นตัวจากการรักษาได้ช้าลง และอาจส่งผลให้เกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ ตามมา

     ผู้ป่วยโรคมะเร็งจึงควรได้รับอาหารครบทั้ง 5 หมู่ในปริมาณที่เพียงพอ เน้นอาหารที่สด สะอาด ปราศจากการปนเปื้อนต่างๆ เมนูอาหารในงานเลี้ยงจึงเป็นอาหารได้หลากหลายชนิดขึ้นอยู่กับความชอบขอบแต่ละคนที่มีการปรุงสุกใหม่ๆ เป็นอาหารอ่อน ย่อยง่าย เช่น ซุปฟักทอง/แครอต ข้าวต้ม ปลา ไข่ตุ๋นทรงเครื่อง เป็นต้น สำหรับเครื่องดื่มควรเป็นผักผสมผลไม้สดปั่นเพื่อเพิ่มความสดชื่นและยังได้สารต้านอนุมูลอิสระต่างๆ ที่มีอยู่ในผักผลไม้

     อาหารใดๆ ก็คงสำคัญไม่เท่ากำลังใจที่คนในครอบครัวมอบให้แก่ผู้ป่วย การสัมผัสด้วยการจับมือ การพูดคุย และซักถามถึงอาการต่างๆ ล้วนแต่เป็นการแสดงความห่วงใย และเป็นเสมือนยาวิเศษขนานหนึ่ง ที่จะช่วยส่งเสริมให้การรักษาด้วยยา และอาหารมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ขอบคุณข้อมูลจากนิตยสาร หมอชาวบ้าน
ขอบคุณภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต